ค่าความคลาดเคลื่อนสะสมของรูปร่างรูปทรง (Geometric Tolerance Stack Up)

เมื่อมีการกำหนดสัญลักษณ์ GD&T ลงในแบบงาน จะทำให้ชิ้นงานนั้นเกิดสภาวะที่เลวร้ายสุดของการประกอบ (Worst Case Boundary) ที่เปลี่ยนไป ซึ่งขอบเขตนี้อาจจะเป็นขอบเขตที่เกิดจากกฏข้อที่ 1 (Limit of Size) หรือขอบเขตที่เกิดจากสภาวะ Virtual Condition Boundary, VC ซึ่งจะส่งผลให้ขนาดในสภาวะการประกอบเปลี่ยนไป

20160229 Tolerance Stack Up

ตัวอย่างจากภาพด้านบน เมื่อผู้ผลิตต้องการทราบความยาวรวมของชิ้นส่วนหลังจากการประกอบเมื่อมีการกำหนดขนาดและค่าพิกัดความคลาดเคลื่อนตามแบบสั่งผลิตที่กำหนดมาจะคำนวณความยาวรวมของแหวนทั้ง 5 ชิ้น หลังจากการประกอบเมื่อมีการกำหนดสัญลักษณ์ GD&T เพื่อควบคุมตำแหน่งของรู จะได้

เมื่อวิเคราะห์ค่าความคลาดเคลื่อนสะสมเชิงตัวเลข (Arithmetic Stack) จะคำนวณได้ 100 +0.475/-0.100 ดังนั้นขนาดความยาวรวมหลังจากการประกอบจะอยู่ระหว่าง 99.900 ถึง 100.475

เมื่อวิเคราะห์ค่าความคลาดเคลื่อนสะสมเชิงสถิติ (Statistical Stack) เมื่อชิ้นงานมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานจากการผลิตเท่ากับ 3 Sigma ความยาวรวมจะคำนวณได้ 100 +0.283/+0.093 ทำให้ความยาวรวมหลังจากการประกอบอยู่ระหว่าง 100.093 ถึง 100.283

เมื่อเทียบกับการกำหนดขนาดที่ไม่ได้มีการกำหนดสัญลักษณ์ GD&T จะพบว่าค่าที่ได้จากการวิเคราะห์ทั้งแบบ Arithmetic Stack และ Statistical Stack มีความแตกต่างกันกับแบบงานที่มีการกำหนดสัญลักษณื GD&T ดังนั้นการกำหนดขนาด ดาตั้มอ้างอิงและสัญลักษณ์ GD&T จึงมีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการวิเคราะห์ค่าความคลาดเคลื่อนสะสม